วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561

แนวคิดกรปลูกป่า 7 ชั้น

กรปลูกป่า 7 ชั้น



1) ระดับที่ 1 ไม้ชั้นบนหรือไม้ยืนต้น อายุ 10 ปีขึ้นไปจึงจะใช้ประโยชน์ได้ เช่น ประดู่ ยางนา สัก มะค่า ถือเป็นไม้ที่สร้างบำเหน็จ บำนาญ และมรดก
2) ระดับที่ 2 คือไม้ชั้นกลาง อายุ 3 ปี ขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นไม้ผล รวมถึงพืชพลังงาน อาทิ มะม่วง ลำไย กระท้อน ขนุน
3) ระดับที่ 3 ไม้ทรงพุ่ม อายุ 1 ปีขึ้นไป เช่น มะนาว มะละกอ มะเขือพวง กล้วย
4) ระดับที่ 4 พืชหน้าดิน ได้แก่ พืชผักสวนครัว
5) ระดับที่ 5 พืชหัว คือพวกที่อยู่ใต้ดิน ประเภท ขิง ข่า กระชาย เผือก มัน
6) ระดับที่ 6 พืชน้ำ เช่น ผักบุ้ง ผักกะเฉด บัว
7) ระดับที่ 7 พืชเกาะเกี่ยวจำพวกตำลึง มะระ ถั่วฝักยาว บวบ ฯลฯ
                ต้นไม้ทั้ง 7 ระดับเราสามารถปลูกไว้ในพื้นที่เดียวกันโดยใช้หลักการระบบนิเวศป่า โดยประโยชน์ 5 อย่างที่จะได้รับ คือ 1.อาหาร 2.พืชสมุนไพรเป็นยา 3.ได้เงิน เมื่อปลูกไว้มากเกินก็ขายได้ 4.ได้ไม้ใช้สอย นำมาสร้างบ้านเฟอร์นิเจอร์ ทำวงกบ ประตู หน้าต่าง 5. เกิดระบบนิเวศที่ดี ได้พื้นที่สีเขียว ซึ่งถ้าเราเริ่มปลูกวันนี้ ต้นไม้จะกลายเป็นบำเหน็จบำนาญและมรดกของชีวิต
                ประโยชน์ที่จะได้รับ เช่น ปัจจุบัน เรามีอายุ 45 ปี ปลูกต้นยางนาซึ่งเป็นต้นไม้พลังงาน จำนวน 3,000 ต้น อีก 15 ปีข้างหน้ามีอายุ 60 ปี ต้นยางนาเหล่านี้ก็เติบโต มีความสูงไม่ต่ำ กว่า 15 เมตร นำมาแปรรูปเป็นไม้ได้ต้นละไม่ต่ำกว่า 2 ยก ถ้าราคายกละ 15,000 บาท ก็เท่ากับเกิดสินทรัพย์ถึง 90 ล้านบาท หากอยากได้บำเหน็จก็แค่ตัดต้นยางนาเหล่านี้ไปแปรรูปขาย แต่ถ้าอยากได้บำนาญ ต้นยางนาก็ยังให้น้ำยางถึงต้นละ 30 ลิตร/ปี รวม 3,000 ต้น ได้ 90,000 ลิตร/ปี นำมาผลิตเป็นไบโอดีเซลขายได้ นอกจากนี้ยังเป็นมรดกให้ลูกหลานใช้เป็นหลักทรัพย์ในอนาคตได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น